Happy birthday To Me ^_^

posted on 28 Jun 2010 10:33 by aerispe
 
Happy birthday to Me.... 
 
วันนี้เป็นวันเกิดของตัวฉันเอง วันที่ควรค่าแก่การจดจำ ว่า
แม่ต้องยากลำบากแค่ไหนกว่าจะคลอดลูกออกมา
 แต่หลายๆคนกับให้ความสำคัญกับการที่ต้องไปฉลองวันเกิดกับเพื่อน กับคนรัก
เมื่อก่อน ก็ต้องยอมรับว่าฉันก็เป็นหนึ่ง คนที่เป็นแบบนั้น
แต่ ณ ตอนนี้ฉันก็ต้องเปลี่ยนความคิดเสียใหม่ ว่าเมื่อวันเกิดของฉันครบรอบอีก 1 ปี
นั่นหมายความว่าแม่ ของฉัน ก็อายุเพิ่มมากขึ้นอีก  1 ปีด้วยเช่นกัน
มันทำให้ฉันต้องการที่จะดูแล รักท่าน เอาใจใส่ท่าน ให้เพิ่มมากขึ้นในทุกเมื่อเชื่อวัน
 
และหากในวันเกิดฉันสามารถที่จะขอพรอะไรได้หนึ่งอย่างฉันขอให้
แม่ของฉันมีความสุขร่างกายแข็งแรง จะได้มีรอยยิ้มที่สดใสคงอยู่เช่นนี้ตลอดไป
และถ้าหากว่า พระเจ้าจะใจดีแถมพรให้ฉันอีกสักข้อ ฉันก็ขอให้่
คนรอบข้างของฉันมีแต่ความสุขเช่นกัน
จะได้มาช่วยกันผลิตรอยยิ้มดี ๆ ส่งต่อมาถึงตัวฉัน นั่นเอง
เพียงเท่านี้วันเกิดของฉันก็คงจะเป็นวันแห่งความทรงจำที่แสนพิเศษแล้ว 
 

 ต้นเหตุของเรื่องเกิดจากการที่น้องชายของฉันไป

สอบถามเรื่องการปรับเปลี่ยนบริการอินเตอร์เนต

เรียกง่ายๆคือ จะไปขออัพเกรดความเร็ว

เลยไปทำการสอบถามที่เค้าเตอร์ให้บริการว่า

ถ้าหากต้องการเปลี่ยน จะต้องมีการเสียค่าใช้จ่าย

เพิ่มเติมหรือไม่

 พนักงานให้คำตอบมาว่า

"ไม่เสียค่าบริการใดๆเพิ่มเติม ทั้งสิ้น ฟรี"

น้องชายของฉันเพื่อความรอบคอบจึงถามเพิ่มไปว่า

แล้วค่าบริการรายเดือนนี่ต้องเสียเพิ่มเติมไหมครับ

พนักงานก็ตอบว่า

"ไม่เสียค่าบริการอะไรเพิ่มเติมเลย ฟรีทั้งหมด"

เมื่อได้ฟังคำตอบดังนั้น น้องชายของฉันจึง

ทำการเปลี่ยนจากเดิมอัพเกรดความเร็วให้เพิ่มขึ้น

เรื่องก็น่าจะราบรื่นเป็นปรกติ แต่พอถึงวันที่ใบรายการ

การใช้ค่าบริการออกมา ก็ได้สร้างความงุนงง

และแปลกประหลาดใจเป็นอย่างมาก

เพราะค่าบริการนั้นเพิ่มขึ้นจากเดิม

ที่802.50 บาท กลายมาเป็น 952.30 บาท

ค่าบริการที่อยู่ดีๆก้เพิ่มขึ้นมาจึงต้องทำการให้ได้รับคำตอบ

ดังนั้นฉันที่ต้องไปจ่ายค่าบริการโทรศัพท์บ้านและมือถืออยู่แล้ว

จึงได้ไปทำการสอบถาม แต่เมื่อไปถึงดิแนสอบถาม ในครั้งแรก

ได้คำตอบมาว่า เรื่องนี้ต้องไปติดต่อตามเบอร์ติดต่อที่ระบุไว้

ในใบรายการค่าใช้จ่ายนะคะ หรือต้องไปติดต่อที่สำงานอะไรสักอย่าง

ซึ่งพนักงานก็ตอบงุบงิบๆ เหมือนไม่มั่นใจ

ฉันจึงถามย้ำก็ได้คำตอบตามเดิม

สรุปว่าไปสอบถามครั้งแรกไม่มีคำตอบที่ชัดเจน

 

ต่อมาน้องชายของฉันจึงได้ โทรศัพท์ไปติดต่อตามเบอร์โทรที่พนักงาน

ระบุ ก็ได้ความมาว่าต้องไปติดต่อที่เค้าเตอร์ให้บริการ

ก้ไอ้ที่เดิมที่ฉันไปมาตอนแรก นั่นและ

เมื่อไปถึงน้องชายของฉันได้ไปทำการติดต่อ

และได้ใจความมาว่า

"ที่เราทำการอัพเกรด อินเตอร์เนตไปนั้น ที่ฟรี คือ

การให้บริการในการอัพเกรด

แต่ ค่าบริการรายเดือนนั้นต้องเสียเพิ่ม "

น้องชายฉันเป็นโทรมาบอกฉันซึ่งในขณะนั้นฉัน

อยู่ที่บ้าน ฉันก็เกิดความงุนงง น้องชายฉันจึงบอกว่าจะพูด

กับพนักงานไหม ฉันจึงตอบตกลง

จากการสนทนา ฉันเปิดประเด็นถามถึงสาเหตุที่ว่าเมื่อแรกเริ่ม

พนักงานที่นั่นบอกว่าฟรีทุกสิ่งอย่าง แล้วทำไมพอ

ค่าบริการออกมาถึงได้เพิ่มขึ้น

พนักงานที่พูดกับฉันจึงตอบว่า

ต้องขอโทษด้วยนะคะ

อาจเป็นความเข้าใจผิดของน้องๆพนักงาน

ฉันเลยบอกไปว่าเงินที่เพิ่มขึ้นมามัน100กว่าบาท

มันไม่เท่าไหร่หรอก แต่ที่เสียคือความรู้สึก

ถ้าบอกกันแต่แรกว่ามันต้องเสียเพิ่มเติม

แบบนี้ที่บ้านของฉันคงไม่เปลี่ยนและใช้แบบเดิมไป

และเมื่อทำการสอบถามว่าเปลี่ยนเป็นแบบเดิม

ได้หรือไม่ สรุปว่าไม่ได้เพราะหมดโปรแบบนั้นไปแล้ว

พนักงานก้ได้ทำทียื่นข้อเสนอว่าจะลองดูอีกทีว่าจะสามารถ

ปรับเปลี่ยนให้เป็นแบบเดิมได้หรือไม่

ก็หายไปสักพักแล้วก็มาตอบว่า ไม่ได้จริงๆ

โดยรวมแล้วตอนนี้มีทางเลือก มี 2ทาง คือ

1 ปรับเป็นค่าบริการที่ถุกลงกว่าเดิมด้วย เป็น 599 บาท

ต่อเดือนแต่ อินเตอร์เนตมันจะช้าลงหรือ

ทางเลือกที่ 2ก็คือจ่าย 952.30 บาทต่อไป

สรุปแล้วมันก็เข้าอีหรอบเดิมที่ว่า ไม่มีความรับผิดชอบใดๆ

เกิดขึ้น ฉันจึงขอสายน้องชาย

ตกลงกันว่าก็คงต้องใช้ต่อไป

 

ดังนั้น บทสรุปของเรื่องนี้ ฉันเลยอยากเตือนใครหลายๆคนที่

กำลังใช้บริการอินเตอร์เนตของเครือข่าย การให้บริการชื่อดัง

แห่งนี้ ที่คนใช้กันทั่วบ้านทั่วเมืองว่า

หากต้องการจะปรับเปลี่ยนอัพเกรด ความเร็ว หรืออะไร

ก็ตามต้องสอบถามให้ดี ขอข้อมุลรายละเอียดมาศึกษา

ก่อนต้องตัดสินใจเปลี่ยน จะเป็นการดีกว่า

จะได้ไม่ต้องเป็นอย่างฉันที่ต้อง

มาเสียค่าบริการเพิ่มโดยปราศจากความรับผิดชอบ

ใดใดทั้งสิ้นนั่นเอง....... 

 

 

 

                   เริ่มต้นการเดินทางเที่ยวเกาะเกร็ด กัน3 หน่อ ประกอบไปด้วย ตัวฉัน แพทตี้ และ ลุง(คนสนี้ด สนิทของแพทตี้เค้า ^_^)  เมื่อสมาชิกพร้อม  เราก็ออกเดินทางจนมาถึงท่าเรือ แต่ว่ามีเหตุเริ่มต้นตั้งแต่ออกตัวเสียนี่ เนื่องจากภายในกลุ่ม ไม่มีใครรู้เลยว่า เค้าต้องไปขึ้นเรือตรงไหน อย่างไร จึงเป็นเหตุให้เรา เสียรู้ไปขึ้นเรือ ที่ค่าโดยสารคนละ 20 บาท 3คน 60 บาท  แต่ตอนขากลับ เรา3 คนก็รุ้เรื่องกันแล้ว เนื่องจากถามทางเอาจากชาวบ้านแถวนั้น ว่าให้ขึ้นเรือ ตรงท่าน้ำเป็นเรือ ข้ามฟากลำใหญ่ ค่าโดยสารคนละ 2 บาทเท่านั้น จากนั้นก็นั่งรถมอเตอร์ไซด์ หรือนั่งรถตุ๊กๆ หรือจะเดินก็ได้ ถือเป็นการออกกำลังกายไปในตัวก็จะถึงที่หมายในราคาย่อมเยาว์ 

               และนี่คือเรือแบบที่เราขึ้นกันขากลับ ค่าโดยสาร 2 คนละ2 บาท โธ่ถังเสียดายเงิน 20 บาท

                                                                    ตอนแรก  จริงๆ

      และวกกลับมาต่อที่การเดินทาง เมื่อเราเดินเที่ยวชมกันไปได้สักพัก ก็เกิดอาการเสียเหงื่อ
 เนื่องจากพระอาทิตย์ทำหน้าที่ของตัวเองเป็นอย่างดี ถึงดีที่สุด555+  พวกเรา3คนจึงแวะพัก
ดื่มน้ำดื่มท่า ที่ร้านริมทางเดินร้านหนึ่ง เพื่อแก้อาการร้อนตับแตกกันนั่นเอง อิอิ
                             โต๊ะสีขาวน่ารักน่านั่ง กับบรรยากาศ พอสังเขบภายในร้านที่ประดับตกแต่ง
ด้วยสไตล์เอ่?  มิ๊กแอนดืแมช ละมั้ง อิอิ
 
    เดินต่อมาอีกนิดก็มาเจอเข้ากับร้านขายขนมโบราณ มีขนมที่ไม่ได้กินมานานอยุ่เหมือนกัน
เลยซื้อติดไม้ติดมือมาพอเป็นพิธี แต่รู้สึกว่าจะพิธีมากอยู่เพราะได้มาหลายห่อเลยทีเดียวเชียว 
ที่สำคัญสอย ที่เล่นน้ำเต้า ปู ปลากลับมาฝากม่าม้าด้วย
เป็นของที่คิดแล้วว่าน่าจะเป็นปลื้ม คิคิ
เขยิบมาอีกนิด ก็เป็นร้าน ขายของเล่นโบราณ ย้อนยุค อะไรก็โบราณไปหมดเลยนะเนี่ย 555+
 ขอบอกว่าคุณลุงท่านนี้ ขายเก่งจริง ๆ พูดน้ำไหลไฟดับ สรรพคุณของเล่นนั้น
ทยอยออกมาไม่ขาดสายเลยทีเดียว ทำให้ฉันและแพตตี้
นั้นหลงลม ซือกลับมาหลายชิ้นพอสมควร
แพตตี้ขอแอบถ่ายรูปแอ๊บแบ๊วกะน้องกระต่ายไขลานสักหน่อย
 ฉันเลยสนองแชะรูปมาซะ 1 ใบ
แล้วต่อมาออกเดินจนมาพบกับ Oh! my god  ทั้งเหรียญ ทั้งถ้วยรางวัลแม่เจ้า
 มันช่างอะเมซิ่ง เลยแชะมาสักรูป "นักวิ่งชาวเกาะ" ของเค้าดีจริงๆ
แพตตี้ขอแชะรูปเป็นที่ระลึก กับรางวัลต่างๆ สักนี้ด
เลี้ยวซ้ายไปตามมุมถนนก็มาพบกับร้านขายสมุนไพร ยาดมยาหม่อง แป้งๆต่าง
ก็เลยแวะซะ ได้ของติดไม้ติดมือเล็กๆน้อย มาอีกตามเคย 555+
และนี่แป้งมอญขอบอกว่าหอมอ่อนให้กลิ่นอายของความโบราณ อารมณ์เหมือน
มีคุณยายอยู่ใกล้ๆ ฉันก็เลยซื้อมาฝากม่าม้า ซะ 1 กระปุก
และแล้วตามสเตป เดินมาอีกสักพักความร้อน +ความเมื่อยขารุมเร้า จึงได้ฤกษ์แวะพัก
อีกตามเคย คราวนี้ก้ร้านกาแฟ แต่มีออฟชั่นเสริม ที่มีของกินเล่น
 หรือกินจริงจังก็มีให้บริการกันอีกด้วย

เบื้องหลังน้ำแสนอร่อยที่เจ้าของร้านกำลังชงอย่างขมักเขม้นพลางเปิดเพลงคลอไปเบา
ให้เรา 3คนได้พักผ่อนหย่อนใจอีกด้วย 
แล้วเราก็ได้น้ำมาดื่มกันอย่างเปรมปรีย์ ทั้งนมเย็นสีชมพูของแพทตี้ ชาดำเย็นสีส้มอำพัน
ของลุง และน้ำมะตูมสีน้ำตาลอ่อนหวานหอมของฉัน พร้อมเฟร้นฟราย ทอดกรอบที่หอมกรุ่น
 แต่เนื่องจากอย่างอื่นอันตธานหายไปในกระเพาะของพวกเรา 3 คนอย่างรวดเร็ว
จึงทันได้เก็บภาพ นมเย็นของแพทตี้เท่านั้น
 
ภาพนี้เป็นไก่ของเจ้าของร้าน มันน่ารักขนพองสวยซะจนต้องขอแชะภาพ
มาเป็นความทรงจำวันวานสักหน่อย
    ออกมาจากร้านกาแฟได้สักพักพวกเราก็มาจะเอ๋เข้ากับร้านขายขนมโบราณ