Happy birthday To Me ^_^
posted on 28 Jun 2010 10:33 by aerispe



ต้นเหตุของเรื่องเกิดจากการที่น้องชายของฉันไป
สอบถามเรื่องการปรับเปลี่ยนบริการอินเตอร์เนต
เรียกง่ายๆคือ จะไปขออัพเกรดความเร็ว
เลยไปทำการสอบถามที่เค้าเตอร์ให้บริการว่า
ถ้าหากต้องการเปลี่ยน จะต้องมีการเสียค่าใช้จ่าย
เพิ่มเติมหรือไม่
พนักงานให้คำตอบมาว่า
"ไม่เสียค่าบริการใดๆเพิ่มเติม ทั้งสิ้น ฟรี"
น้องชายของฉันเพื่อความรอบคอบจึงถามเพิ่มไปว่า
แล้วค่าบริการรายเดือนนี่ต้องเสียเพิ่มเติมไหมครับ
พนักงานก็ตอบว่า
"ไม่เสียค่าบริการอะไรเพิ่มเติมเลย ฟรีทั้งหมด"
เมื่อได้ฟังคำตอบดังนั้น น้องชายของฉันจึง
ทำการเปลี่ยนจากเดิมอัพเกรดความเร็วให้เพิ่มขึ้น
เรื่องก็น่าจะราบรื่นเป็นปรกติ แต่พอถึงวันที่ใบรายการ
การใช้ค่าบริการออกมา ก็ได้สร้างความงุนงง
และแปลกประหลาดใจเป็นอย่างมาก
เพราะค่าบริการนั้นเพิ่มขึ้นจากเดิม
ที่802.50 บาท กลายมาเป็น 952.30 บาท
ค่าบริการที่อยู่ดีๆก้เพิ่มขึ้นมาจึงต้องทำการให้ได้รับคำตอบ
ดังนั้นฉันที่ต้องไปจ่ายค่าบริการโทรศัพท์บ้านและมือถืออยู่แล้ว
จึงได้ไปทำการสอบถาม แต่เมื่อไปถึงดิแนสอบถาม ในครั้งแรก
ได้คำตอบมาว่า เรื่องนี้ต้องไปติดต่อตามเบอร์ติดต่อที่ระบุไว้
ในใบรายการค่าใช้จ่ายนะคะ หรือต้องไปติดต่อที่สำงานอะไรสักอย่าง
ซึ่งพนักงานก็ตอบงุบงิบๆ เหมือนไม่มั่นใจ
ฉันจึงถามย้ำก็ได้คำตอบตามเดิม
สรุปว่าไปสอบถามครั้งแรกไม่มีคำตอบที่ชัดเจน
ต่อมาน้องชายของฉันจึงได้ โทรศัพท์ไปติดต่อตามเบอร์โทรที่พนักงาน
ระบุ ก็ได้ความมาว่าต้องไปติดต่อที่เค้าเตอร์ให้บริการ
ก้ไอ้ที่เดิมที่ฉันไปมาตอนแรก นั่นและ
เมื่อไปถึงน้องชายของฉันได้ไปทำการติดต่อ
และได้ใจความมาว่า
"ที่เราทำการอัพเกรด อินเตอร์เนตไปนั้น ที่ฟรี คือ
การให้บริการในการอัพเกรด
แต่ ค่าบริการรายเดือนนั้นต้องเสียเพิ่ม "
น้องชายฉันเป็นโทรมาบอกฉันซึ่งในขณะนั้นฉัน
อยู่ที่บ้าน ฉันก็เกิดความงุนงง น้องชายฉันจึงบอกว่าจะพูด
กับพนักงานไหม ฉันจึงตอบตกลง
จากการสนทนา ฉันเปิดประเด็นถามถึงสาเหตุที่ว่าเมื่อแรกเริ่ม
พนักงานที่นั่นบอกว่าฟรีทุกสิ่งอย่าง แล้วทำไมพอ
ค่าบริการออกมาถึงได้เพิ่มขึ้น
พนักงานที่พูดกับฉันจึงตอบว่า
ต้องขอโทษด้วยนะคะ
อาจเป็นความเข้าใจผิดของน้องๆพนักงาน
ฉันเลยบอกไปว่าเงินที่เพิ่มขึ้นมามัน100กว่าบาท
มันไม่เท่าไหร่หรอก แต่ที่เสียคือความรู้สึก
ถ้าบอกกันแต่แรกว่ามันต้องเสียเพิ่มเติม
แบบนี้ที่บ้านของฉันคงไม่เปลี่ยนและใช้แบบเดิมไป
และเมื่อทำการสอบถามว่าเปลี่ยนเป็นแบบเดิม
ได้หรือไม่ สรุปว่าไม่ได้เพราะหมดโปรแบบนั้นไปแล้ว
พนักงานก้ได้ทำทียื่นข้อเสนอว่าจะลองดูอีกทีว่าจะสามารถ
ปรับเปลี่ยนให้เป็นแบบเดิมได้หรือไม่
ก็หายไปสักพักแล้วก็มาตอบว่า ไม่ได้จริงๆ
โดยรวมแล้วตอนนี้มีทางเลือก มี 2ทาง คือ
1 ปรับเป็นค่าบริการที่ถุกลงกว่าเดิมด้วย เป็น 599 บาท
ต่อเดือนแต่ อินเตอร์เนตมันจะช้าลงหรือ
ทางเลือกที่ 2ก็คือจ่าย 952.30 บาทต่อไป
สรุปแล้วมันก็เข้าอีหรอบเดิมที่ว่า ไม่มีความรับผิดชอบใดๆ
เกิดขึ้น ฉันจึงขอสายน้องชาย
ตกลงกันว่าก็คงต้องใช้ต่อไป
ดังนั้น บทสรุปของเรื่องนี้ ฉันเลยอยากเตือนใครหลายๆคนที่
กำลังใช้บริการอินเตอร์เนตของเครือข่าย การให้บริการชื่อดัง
แห่งนี้ ที่คนใช้กันทั่วบ้านทั่วเมืองว่า
หากต้องการจะปรับเปลี่ยนอัพเกรด ความเร็ว หรืออะไร
ก็ตามต้องสอบถามให้ดี ขอข้อมุลรายละเอียดมาศึกษา
ก่อนต้องตัดสินใจเปลี่ยน จะเป็นการดีกว่า
จะได้ไม่ต้องเป็นอย่างฉันที่ต้อง
มาเสียค่าบริการเพิ่มโดยปราศจากความรับผิดชอบ
ใดใดทั้งสิ้นนั่นเอง.......
และนี่คือเรือแบบที่เราขึ้นกันขากลับ ค่าโดยสาร 2 คนละ2 บาท โธ่ถังเสียดายเงิน 20 บาท
ตอนแรก จริงๆ
)
edit @ 11 Aug 2009 18:27:11 by Aerispe
edit @ 11 Aug 2009 18:28:23 by Aerispe
edit @ 30 Jul 2009 20:33:12 by Aerispe
หนึ่งวันเดียวกัน ของการเดินทางของคน 3 คน ไปยังจุดหมายปลายทางเดียวกัน นั่นคือตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง จุดเริ่มต้นของการไปตลาดแห่งนี้ เกิดจากเพื่อนร่วมเดินทางของฉันคนหนึ่ง ซึ่งเธอขอให้ฉันเรียกเธอว่า "ใบเตยหอม" ได้เกิดไปหลงเสน่ห์ของตลาดน้ำแห่งนี้เข้าจากการได้ไปเที่ยวแวะเวียนอยู่หลายครั้งหลายหน จึงได้มาชักชวนฉันและเพื่อนของฉันไปเที่ยวด้วยกัน ในวันเสาร์ ซึ่งฉันและเพื่อนอีกคนของฉันซึ่งก็คือ แพทตี้ ได้ตอบตกลงอย่างง่ายดาย ด้วยความที่อยากไปอยู่แล้วด้วย เพราะเหตุที่ว่าฟังคำเชิญชวนโปร โมตทั้งหลายของยัยใบเตยหอม เจ้าเก่านั่นเอง ฮ่าๆ ^_^
จากนั้นการเดินทางได้เริ่มต้นขึ้น
Step 1 -ฉันและแพทตี้ได้ได้ออกเดินทางเพื่อไปรับใบเตยหอมที่บ้าน จากนั้นเรา 3 คนก็ได้ เดินทางร่วมกันไปตามคำบอกทางของใบเตยหอม จนมาถึง ณ วัดแห่งหนึ่ง พวกเราก็ได้ลงจากรถ จัดเตรียมอุปกรณ์ความพร้อมอีกนิดหน่อย ก็ผู้หญิงนี่เนาะ ธรรมดาความวุ่นวายเล็กน้อยจิปาถะย่อมมีบ้าง 555+ พอเสร็จพิธีการตรวจความเรียบร้อยก็ออกเดินเล็กน้อย ถึงน้อยมาก มารอที่ท่าเรือ เพื่อรอขึ้นโป๊ะ ซึ่งการได้ขึ้นโป๊ะ สร้างความประหลาดใจ ปนกังวลใจให้ฉันเล็กน้อย ถึงค่อนข้างมาก เพราะฉันไม่ถูกโรคกับการที่ต้องนั่งเรือ หรือพาหนะใดที่ต้องโดยสารทางน้ำ ไม่เลยจริง ๆ ไม่ใช่ว่าฉันว่ายน้ำไม่เป็นหรือมีประสบการณ์วัยเด็กแต่อย่างใด แต่มันใจหวิวๆชอบกล แต่อย่างไรก็ตามการนั่งโป๊ะครั้งนี้ฉันก็ได้เห็นอะไรที่น่าแปลกใหม่สำหรับฉัน ซึ่งก็คือการที่มีคนเอามอเตอร์ไซด์ทยอยขี่ขึ้นมาบนโป๊ะเรื่อยๆ หลังจากที่ผู้โดยสารขึ้นกันหมดแล้ว แม้ว่าสำหรับหลายๆคน หรือชาวบ้านในแถบนั้นจะเห็นเป็นเรื่องธรรมดาที่ชาชินต่อสายตาแล้วก็ตามทีแต่สำหรับฉัน ถือได้ว่าแปลกใหม่ พอดูเลยทีเดียว เสียดายที่ไม่ได้ถ่ายรูปมา เนื่องจากฉันมีอาการใจหวิว จับกล้องไม่ไหว ส่วนยัยเพื่อนฉัน2 คนก็ เม้าท์เมามันส์ กันน่าดู ยังดีนะที่การนั่งโป๊ะข้ามฟากไม่นานเท่าไหร่ ฉันเลยพอทำใจให้รอเวลาโป๊ะเข้าเทียบท่า
Step 2 - หลังจากที่ลงจากโป๊ะเท้าแตะพื้น ยังความปลาบปลื้มหัวใจให้ฉันได้อย่างมาก เฮ้อรอดแล้วเรา วู้ปี้ อาการดีใจออกนอกหน้ามากๆ แต่ว่าการเดินทางไปตลาดยังไม่ถึงที่หมายเรา3คนยังต้องโดยสาร มอเตอร์ไซด์ไปต่อ เพื่อนใบเตยหอมของฉัน เดินนำหน้าลิ่วๆ พร้อมอธิบายพี่ๆที่วินมอเตอร์ไซด์อย่างคล่องแคล่ว ถึงที่หมายของเรา เสร็จสับก็ให้ฉันและแพทตี้ ขึ้นรถได้เลย เรา 2คน ทำตามอย่างว่าง่ายตามประสาคนไม่รู้ทาง และในที่สุดหลังจากเสียค่ามอเตอร์ไซด์ ไปคนละ10 บาท ซึ่งนั่งมาไม่ไกลเท่าไหร่ ตามความคิดของฉัน ก็ถึงที่หมายสักที ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง
Step 3 - เริ่มออกเดินเที่ยวทันที
เพื่อนของฉัน 2 คนชี้ชวนกันให้เข้าไปกันใหญ่ คนทางซ้าย ยัย ใบเตยหอม ส่วนทางขวาก็ แพทตี้ นั่นเอง ส่วนตัวฉันเป็นตากล้องไปก่อน อิอิ
ต่อมาก็เป็นฉัน นั่นเองกำลังเลือกดูว่ายาหม่องอันไหนน่าสนใจจะได้ซื้อไปฝากม่าม้าด้วยเอาว่ามาทั้งทีกะจะช้อปตั้งแต่ปากทางเข้ากันเลยทีเดียว
ฉันและแพทตี้ก็ได้แวะเข้าไปในร้านที่น่ารักแห่งหนึ่ง ซึ่งร้านนี้มีขายจำพวกโปสการ์ด ตุ๊กตาหลายขนาด มีทั้งเป็นพวงกุญแจ ติดรถ และพวกเทียนรูปร่างต่างๆ อย่างที่ฉันและแพทตี้ถืออยู่ก็เป็น 1 ในนั้นนั่นเอง
ฉันและแพทตี้ก็เลือกซื้อหากันอย่างเมามันส์ ในขณะที่ใบเตยหอม ขออาสาเป็นตากล้องจำเป็นให้นั่นเอง โดยที่ฉันและแพทตี้คงได้ติดไม้ติดมือมาสักอันสองอัน มั้ง คริคริ
อันนี้นอกรอบ แพทตี้บอกว่าน่ารักขอ แชะเป็นที่ระทึกสักหน่อย แต่ระหว่างที่แพทตี้ทำการถ่ายรูป ฉันก็เล็งแล้วว่า เทียนขนมเค้กนี่ต้องถอยกลับบ้านสักอันแล้วสิ น่ารักจริงๆ
และก็เป็นฉันกับแพทตี้ที่มาเป็นดาราหน้ากล้องอีกตามเคย แชะแชะไว้ดูว่าเคยมาเที่ยวซะหน่อย แต่เอ๊ะไม่ยักเห็นวิว เห็นแต่คน ยัยใบเตยถ่ายวิวด้วยก็ได้นะ =_=
แพทตี้หิวน้ำ เรา 3 คนเลยแวะกัน ตามคำแนะนำของใบเตยว่าร้านนี้เด็ดที่สตรอเบอรี่ อร่อยเริ่ด หวานฉ่ำ ถ้าเพียงได้กินจะซาบซ่านไปถึงขั้วหัวใจ ในเมื่อใบเตยเค้าการันตีขนาดนี้ก็ต้องลองนะซิ ผลปรากฏว่าเราได้ สตรอเบอรี่ปั่นมา 2 แก้ว สีแดงชมพู รูปร่างหน้าตาน่าหม่ำพอดู ส่วนรสชาติหลังจากกินแล้วต้องบอกว่า อร่อยพอสมควรเลยทีเดียวค่า
ใบเตยหอมขอแวะดูของ ซึ่งมีร้อยพวงกุญแจ ที่ห้อยมือถือตามแต่เราจะสั่ง แล้วก็ขายเครื่องสำอางค์ซะด้วย แหมขนาดออกมาตลาดน้ำแล้ว เจ้าของร้านนี้ยังมีขายเครื่องสำอางค์เกาหลีอีกแน่ะ แหมเกาหลีของเค้าฮิตจริงๆ กะจายทั่วทุกมุมเมืองกันทีเดียวเชียวค่ะ
เดินมาได้สักพักข้าวของเริ่มเต็มไม้เต็มมือ( โปรดสังเกตุถุงพลาสติกในมือ ) แพทตี้เลยขอแวะพักเมือย ถ่ายรูปหน้าร้านขายโมบายสักหน่อย เสียงดังกริ๊งกร๊างของโมบาย มาพร้อมกับลมเย็น ทำเอาพวกเรา 3 คนรู้สึกสดชื่น หายเมื่อยล้าขึ้นเยอะ เพราะระหว่างทางที่ไม่มีรูปนั้น มัวแต่แวะ แวะและแวะซื้อของมากมาย555+ อาทิ นำพริก ข้าวเหนียวสังขยา ห่อหมก และอีกหลากหลายในถุงที่พวกเราหอบหิ้วกันนั่นเอง
หลังจากเดินเที่ยวมาพอสมควร ใบเตยหอมเค้าก็มีที่เด็ดให้มาแวะพักในสวน มีม้านั่งหินไห้มานั่งปล่อยอารมณ์สบายๆ หรือจะมานั้งเม้าท์คุยกันเฮฮาก็ได้ ส่วนพวกเรา 3 คนคงเป็นอย่างหลังมากกว่า 555+และก่อนที่จะมานั่งพวกเราซื้อของมานั่งกินพอประมาณ ทั้งไส้กรอก ไส้อั่ว ส้มตำ และอีกหลายอย่าง ส่วนรูปนั้นที่ไม่ได้แนบมาเนื่องจากมันได้ผ่านการสวาปามจากพวกเรา3คน รวดเร็วเสียจนถ่ายรูปไม่ทันกันไปเลยทีเดียว คิคิ และรูปนี้หลังจากกินมาสักพักสองคนนี้เค้าเลยขอมาออกแรงกระโดด ให้อารมณ์ เบิกบาน ย้าฮู้....
เป็นหลักฐานที่ว่าพวกเราเม้าท์กันมันส์จริงๆ ฮาอย่างแรง ฮ่าๆๆๆ 555+
ภาพมันฟ้อง หลังจากเม้าท์มาสักพักเกิดอาการหิวระลอก 2 ยัยใบเตยหอมเลยคว้าแซนวิชมาโซ้ยเพิ่มปริมาณของในกระเพาะซะยังงั้น แหมว่าแต่ไม่ชวนเพื่อนเลยนี่สิ 555+
Step 4 - กลับบ้าน
จากการที่ได้มากินเที่ยวที่ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง ตลาดน้ำย่านใกล้กรุง อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการแล้ว ฉันได้ข้อสรุปของการเที่ยวครั้งนี้ว่า การไปเที่ยวไม่จำเป็นที่จะต้องไปไหนไกล หรือเป็นสถานที่หรูหราแต่ประการใด หากแต่มันขึ้นอยู่กับคนที่เราร่วมเดินทางไปด้วยต่างหาก ที่จะแต่งแต้มสีสันสร้างความสุขเสียงหัวเราะ ตราบจนกระทั่งประสบการณ์ความทรงจำที่ดีนั่นเอง ^_^
แด่บันทึกการเดินทางหน้าหนึ่ง
By Aerispe
edit @ 30 Jul 2009 18:15:53 by Aerispe
edit @ 31 Jul 2009 10:01:38 by Aerispe