เริ่มต้นการเดินทางเที่ยวเกาะเกร็ด กัน3 หน่อ ประกอบไปด้วย ตัวฉัน แพทตี้ และ ลุง(คนสนี้ด สนิทของแพทตี้เค้า ^_^)  เมื่อสมาชิกพร้อม  เราก็ออกเดินทางจนมาถึงท่าเรือ แต่ว่ามีเหตุเริ่มต้นตั้งแต่ออกตัวเสียนี่ เนื่องจากภายในกลุ่ม ไม่มีใครรู้เลยว่า เค้าต้องไปขึ้นเรือตรงไหน อย่างไร จึงเป็นเหตุให้เรา เสียรู้ไปขึ้นเรือ ที่ค่าโดยสารคนละ 20 บาท 3คน 60 บาท  แต่ตอนขากลับ เรา3 คนก็รุ้เรื่องกันแล้ว เนื่องจากถามทางเอาจากชาวบ้านแถวนั้น ว่าให้ขึ้นเรือ ตรงท่าน้ำเป็นเรือ ข้ามฟากลำใหญ่ ค่าโดยสารคนละ 2 บาทเท่านั้น จากนั้นก็นั่งรถมอเตอร์ไซด์ หรือนั่งรถตุ๊กๆ หรือจะเดินก็ได้ ถือเป็นการออกกำลังกายไปในตัวก็จะถึงที่หมายในราคาย่อมเยาว์ 

               และนี่คือเรือแบบที่เราขึ้นกันขากลับ ค่าโดยสาร 2 คนละ2 บาท โธ่ถังเสียดายเงิน 20 บาท

                                                                    ตอนแรก  จริงๆ

      และวกกลับมาต่อที่การเดินทาง เมื่อเราเดินเที่ยวชมกันไปได้สักพัก ก็เกิดอาการเสียเหงื่อ
 เนื่องจากพระอาทิตย์ทำหน้าที่ของตัวเองเป็นอย่างดี ถึงดีที่สุด555+  พวกเรา3คนจึงแวะพัก
ดื่มน้ำดื่มท่า ที่ร้านริมทางเดินร้านหนึ่ง เพื่อแก้อาการร้อนตับแตกกันนั่นเอง อิอิ
                             โต๊ะสีขาวน่ารักน่านั่ง กับบรรยากาศ พอสังเขบภายในร้านที่ประดับตกแต่ง
ด้วยสไตล์เอ่?  มิ๊กแอนดืแมช ละมั้ง อิอิ
 
    เดินต่อมาอีกนิดก็มาเจอเข้ากับร้านขายขนมโบราณ มีขนมที่ไม่ได้กินมานานอยุ่เหมือนกัน
เลยซื้อติดไม้ติดมือมาพอเป็นพิธี แต่รู้สึกว่าจะพิธีมากอยู่เพราะได้มาหลายห่อเลยทีเดียวเชียว 
ที่สำคัญสอย ที่เล่นน้ำเต้า ปู ปลากลับมาฝากม่าม้าด้วย
เป็นของที่คิดแล้วว่าน่าจะเป็นปลื้ม คิคิ
เขยิบมาอีกนิด ก็เป็นร้าน ขายของเล่นโบราณ ย้อนยุค อะไรก็โบราณไปหมดเลยนะเนี่ย 555+
 ขอบอกว่าคุณลุงท่านนี้ ขายเก่งจริง ๆ พูดน้ำไหลไฟดับ สรรพคุณของเล่นนั้น
ทยอยออกมาไม่ขาดสายเลยทีเดียว ทำให้ฉันและแพตตี้
นั้นหลงลม ซือกลับมาหลายชิ้นพอสมควร
แพตตี้ขอแอบถ่ายรูปแอ๊บแบ๊วกะน้องกระต่ายไขลานสักหน่อย
 ฉันเลยสนองแชะรูปมาซะ 1 ใบ
แล้วต่อมาออกเดินจนมาพบกับ Oh! my god  ทั้งเหรียญ ทั้งถ้วยรางวัลแม่เจ้า
 มันช่างอะเมซิ่ง เลยแชะมาสักรูป "นักวิ่งชาวเกาะ" ของเค้าดีจริงๆ
แพตตี้ขอแชะรูปเป็นที่ระลึก กับรางวัลต่างๆ สักนี้ด
เลี้ยวซ้ายไปตามมุมถนนก็มาพบกับร้านขายสมุนไพร ยาดมยาหม่อง แป้งๆต่าง
ก็เลยแวะซะ ได้ของติดไม้ติดมือเล็กๆน้อย มาอีกตามเคย 555+
และนี่แป้งมอญขอบอกว่าหอมอ่อนให้กลิ่นอายของความโบราณ อารมณ์เหมือน
มีคุณยายอยู่ใกล้ๆ ฉันก็เลยซื้อมาฝากม่าม้า ซะ 1 กระปุก
และแล้วตามสเตป เดินมาอีกสักพักความร้อน +ความเมื่อยขารุมเร้า จึงได้ฤกษ์แวะพัก
อีกตามเคย คราวนี้ก้ร้านกาแฟ แต่มีออฟชั่นเสริม ที่มีของกินเล่น
 หรือกินจริงจังก็มีให้บริการกันอีกด้วย

เบื้องหลังน้ำแสนอร่อยที่เจ้าของร้านกำลังชงอย่างขมักเขม้นพลางเปิดเพลงคลอไปเบา
ให้เรา 3คนได้พักผ่อนหย่อนใจอีกด้วย 
แล้วเราก็ได้น้ำมาดื่มกันอย่างเปรมปรีย์ ทั้งนมเย็นสีชมพูของแพทตี้ ชาดำเย็นสีส้มอำพัน
ของลุง และน้ำมะตูมสีน้ำตาลอ่อนหวานหอมของฉัน พร้อมเฟร้นฟราย ทอดกรอบที่หอมกรุ่น
 แต่เนื่องจากอย่างอื่นอันตธานหายไปในกระเพาะของพวกเรา 3 คนอย่างรวดเร็ว
จึงทันได้เก็บภาพ นมเย็นของแพทตี้เท่านั้น
 
ภาพนี้เป็นไก่ของเจ้าของร้าน มันน่ารักขนพองสวยซะจนต้องขอแชะภาพ
มาเป็นความทรงจำวันวานสักหน่อย
    ออกมาจากร้านกาแฟได้สักพักพวกเราก็มาจะเอ๋เข้ากับร้านขายขนมโบราณ 
ซึ่งมีขนมน่าอร่อยสีสันสวยงาม ดูน่ากะเอื๊อกๆหลายชนิดด้วยกัน และจากการไตร่ตรอง
มองดูแล้ว ฉันและแพตตี้ก็ตัดสินใจซื้อกันมาพอประมาณอาทิเช่น
ขนมทองเอก ขนมผักกาด ขนมหันตรา ซึ่งขนมบางชนิดนั้น
ไม่อยู่ในสารบบของฉันเลยด้วยซ้ำ แต่โดยรวมหลังจากลองลิ้มชิมรสแล้ว
ฉันตกลงใจว่า ขนมผักกาดนั้นนับเป็นที่ปลาบปลื้มของฉันเป็นอย่างมาก
 เนื่องด้วยรสชาติหวานหอมหน่อยๆ  แกมมันนิดๆ  นั่นเอง
 
 นี่คืออะไรฉันก็ไม่ทราบแต่เท่าที่พอจะรู้ จากการเดินผ่านก็คือเป็นอะไรสักอย่าง
ที่เกี่ยวกับเรื่องการเมืองต่างๆ 
 นั่นเอง
       สักพักเดินมาเจอเข้ากับร้านริมทางที่ขายอาหารต่างๆ พอดีสายตาไปสะดุดเข้ากับ
ชื่ออาหาร ชื่อหนึ่ง    ' 'ข้าวแช่" ในใจก็คิดแล้วว่าต้องแวะเข้าไปลองสักหน่อย
แต่แค่คิดเท่านั้นและ ก็พอดีกับที่พ่อค้าเข้ามาชักชวน
ให้เข้าไปแวะชิมอาหารของพวกเค้าในบัดดล
เอ่หรือว่า พ่อค้าแม่ค้าเค้าจะมีพลังจิตกันนะ ถึงได้มากันไวขนาดนั้น 555+
แต่ในกรณีของพวกเราได้อาหารเพิ่มมาอีก 1 อย่าง
 คือ ยำหน่อกะลา นั่นเอง (ยำหน่อกะลาหมดซะก่อนเลยอดแชะภาพมาเลยทีเดียว )
  หลังจากชิมรสกันไปคุยไปพอเพลิน รสชาติที่ออกมาก็ผลตอบรับดีพอประมาณ
น้ำข้าวแช่นั้นหอมกลิ่นดอกไม้อ่อน ของที่กินคู่กันนั้นฉันไม่รู้เหมือนกันว่าทำมาจากอะไร
 แต่รสชาติคล้ายหัวไชโป๊อย่างกับฝาแฝด
 เอาเป็นว่ากินแก้ร้อนได้เป็นอย่างดี สมกับเป็นอาหารภูมิปัญญาไทยจริงๆ
น่าชื่นชมมากๆ
แล้วเราก็มาขอกราบนมัสการ กันที่วัดปรมัยยิกาวาส ขอบุญขอพรกันสักหน่อย
 แพทตี้นั้น รีบไปไหว้ขอพรอย่างรวดเร็ว ส่วนลุงตามมาติดๆ
ส่วนฉันนั้นก็พนมมือยกมือไหว้และมาทำหน้าที่ตากล้องต่อไปตามเดิม นั่นเอง
จากนั้นก็มาถึงคิว การให้ทาน ทำบุญอาหารปลาของชอบของฉันนั่นเอง
 แพทตี้และลุงนั้นหอบหิ้วขนมปังมากมาย เพื่อไปให้เจ้าปลาน้อยใหญ่มากมายนั่นเอง
 ส่วนฉันนั้นเดินตามไปติดๆ พร้อมเก็บรูป คนจะทำดีไปในตัว อิอิ
บรรยากาศของวัดที่น่าร่มรื่น อภิรมย์ทางจิตใจ
ถ่ายกับป้ายซะหน่อย แพตตี้ร้องขอจะได้รู้ว่ามาถึงที่แล้วจริงแท้และแน่นอน
ตอนขากลับหลังจากลงจากเรือมาอยู่ที่อีกฟากของเกาะเกร็ดแล้ว
เลยขอเก็บภาพยามเย็นมาอีกสักหนึ่งรูป
เจดีย์เอียง อะเมซิ่งไทยแลนด์จริงๆ
ก่อนพวกเราจะกลับบ้านแพทตี้เห็นวิวสวยเลยขอ สักภาพเป็นที่ระลึก
แต่เท่าที่ดูผ่านๆมา เป็นที่ระลึกเยอะมากๆ 555+
เอาเป็นว่าขอมาเราจัดให้ จัดไป 1 รูป
    โดยสรุปผลการเที่ยวครั้งนี้ ฉันได้อะไรมาหลายสิ่ง หลายอย่าง
ไม่ว่าจะเป็นของกิน ของใช้กระจุกกระจิก   
 บรรยาการเดินทาง การได้ถ่ายภาพต่างๆ
 แต่สิ่งที่ฉันคิดว่ามันเป็นความประทับใจดีๆคงจะเป็น
" รอยยิ้มและความมีน้ำใจของชาวบ้านที่ยินดีต้อนรับคนมาท่องเที่ยวอย่างสม่ำเสมอ"
 ทำให้ฉันที่ชีวิตอยู่แต่ในเมืองกรุง
ที่รอยยิ้มอาจแห้งเหือด ความมีน้ำใจอาจหดหาย 
ได้รับรู้ว่าจริงๆแล้วสังคมไทยยังหลงเหลือสิ่งดีๆ
ที่จับต้องได้ทางจิตใจเหล่านี้อยู่ นั่นเอง
ถ้าหากใครหลายคนพอมีเวลาว่าง ฉันคงแนะนำให้พวกเค้า
ลองไปเที่ยวใกล้กรุง ที่เกาะเกร็ดแห่งนี้ดูสักครั้ง
 เผื่อว่าน้ำใจ และรอยยิ้มจะหวนกลับมาสู่พวกเค้าบ้างเท่านั้นเอง .......

edit @ 11 Aug 2009 18:27:11 by Aerispe

edit @ 11 Aug 2009 18:28:23 by Aerispe

Comment

Comment:

Tweet

โอ้ เพิ่งไปมาเหมือนกัน สงสัยจะเดินสวนกัน sad smile sad smile confused smile อิอิ

#3 By Recycle Boy on 2009-08-19 15:34

ไปเที่ยวงานนี้ เสียดายค่าโดนหลอกจัง แต่ที่ไปเที่ยวก็สนุกดี

ไว้ไปกันอีกนะ confused smile

#2 By ไอแพทเอง~* on 2009-08-13 22:21

ทรมานลุงเนอะ

#1 By PuPa (202.44.7.80) on 2009-08-13 15:36

Tags